หินตู้ปลา

อันว่าคนเรานั้นจิตใจมันหาอยู่นิ่งไม่ ลงเป็นชอบทำอะไรแล้วก็มักจะขวนขวายหาในสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่เสมอ ตัวอย่างง่าย ๆ อย่างคนชอบเลี้ยงปลาตู้ซึ่งนิยามได้ว่าคือคนที่ชอบเลี้ยงปลาในตู้กระจก แล้วจัดบรรยากาศให้มันสวยงามตามความนิยม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบอกว่าเลียนแบบธรรมชาติ ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าธรรมชาติที่ว่ามันเป็นอะไรของมันแน่ แต่ช่างเถอะใคร ๆ เขาก็พูดกันอย่างนั้น

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชอบเลี้ยงปลาตู้ เพราะมันสวยดี มันไม่ส่งเสียงร้องกวนหู ไม่หนีไปไหนให้ต้องตามไล่ตามจับให้เสียเวลา ไม่แพร่เชื้อโรคเพราะมันอยู่แต่ในตู้กระจก ยกเว้นโรคจากเจ้าของจะพาลไปติดปลาเข้าก็เท่านั้น เคยเลี้ยงมาทั้งปลาเมืองไทยและปลาเมืองเทศ

ช่วงเวลาที่โรคปลาตู้ขึ้นสมองเห็นปลาอะไรไม่ได้มันสวยไปหมด ปลาไทยอย่างปลากด ปลาดุก ปลากราย ปลาเสือตอ ปลาตะเพียน มันก็งดงามอย่างไทย ๆ ปลาเมืองนอกก็เคยเลี้ยงอย่าง ปลาพาคู หน้าตาออกดุ ๆ คล้ายปลาพิรันย่า เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวยาวแค่ 2 นิ้ว จนโตถึง 10 นิ้ว มันโตจนจะคับตู้ ท้ายสุดมาสิ้นชีวิตเอาก็ตอนที่ไฟฟ้าดับนานเกินไป เล่นดับไม่ติดตั้ง 1 วัน 1 คืน (ใครเล่าจะช่วยไหว) ท้ายสุดมาลงเอยที่ปลาช่อนของไทยเรา เพราะไฟฟ้าจะติดหรือดับนานแค่ไหนมันก็อยู่ได้ ปลาช่อนจึงอยู่ในตู้ปลาของผู้เขียนมาจนถึงทุกวันนี้ จากขนาดยาวแค่ 4 นิ้วจนตอนนี้เพื่อน ๆ ที่ไปเยี่ยมเห็นเข้าหลายคนบ่นอยากกินแกงส้มอยู่เนือง ๆ

ตู้ปลาเขาทำด้วยกระจก จะไปซื้อที่ทำสำเร็จแล้ว หรือจะทำเองก็ได้ ถ้าทำเองจะสวยประณีตแค่ไหน ก็แล้วแต่ความสามารถส่วนตัวของผู้ทำ แต่ที่แน่ ๆ ขนาดตู้ปลาก็สำคัญ หากเจ้าของตัวไม่โตนักก็ต้องเลือกขนาดที่ตัวเองพอจะรับไหว อีกอย่างควรดูสถานที่ด้วย หากบ้านเป็นดังคฤหาสถ์ใหญ่โตก็เลือกใหญ่ ๆ เข้าไว้ จัดที่ตั้งที่ว่างให้มันเข้ากับสถานที่ เสริมไฟฟ้าสีออกเขียว ๆ หรือสีฟ้า ไฟส่องจะช่วยให้เกิดบรรยากาศของอาการสงบ แบบซึมลึก วังเวงด่ำดื่มกับความงดงาม

ปลาตู้เขาอยู่ได้ก็ต้องอาศัยอากาศอัดจากเครื่องปั้มลมขนาดเล็ก หากไม่มีเจ้าเครื่องที่ว่านี้ก็คงเลี้ยงได้แต่ปลากัดหรือไม่ก็ปลาแบบไทย ๆ พื้นบ้านบางชนิดเท่านั้น จึงจะอยู่ได้เพราะเขามีความอดทนเป็นพิเศษอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากไม่มีปั้มน้ำในตู้ก็จะขุ่นข้นไม่สดใส เอาเป็นว่าต้องมีปั้มลมอยู่ดี เวลาซื้อปั้มลมก็อย่าขี้เหนียวนัก ซื้อตัวที่มีขนาดโต ๆ พอสมควร เพราะเวลาเดินเครื่องจะเงียบ ได้ยินเสียงทำงานเพียงแผ่ว ๆ ถ้าซื้อตัวเล็ก ๆ ราคาถูกท่านว่าเหมาะกับคนที่สติมั่นคง นอนหลับง่าย หรือไม่ก็คนที่หูมีปัญหาในการรับรู้เรื่องเสียงไม่เหมาะกับคนธรรมดา ที่มักจะรำคาญกับเสียง หึ่ง ๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า

สิ่งที่ต้องคู่กันกับปั้มลมคงจะเป็นแผ่นสำหรับกรองน้ำ แผ่นกรองที่ว่านี้เห็นที่ไหน ๆ เขาก็ทำมาจากพลาสติกทั้งนั้น เวลาซื้อควรเลือกขนาดกว้างพอ ๆ กับตู้ปลา อย่าให้คับตู้ แผ่นที่ว่านี้จะมีช่องหรือซี่เป็นรูเล็ก ๆ ที่มุมใดมุมหนึ่งจะเป็นที่เสียงท่อพลาสติกใส เวลาเปิดสวิตช์ให้ปั้มลมทำงานจะเห็นฟองอากาศขึ้นปุด ๆ ทางท่อนี้ ส่วนเศษผงตะกอนต่าง ๆจะถูกสะสมเอาไว้ใต้แผ่นกรองทำให้น้ำดูสะอาดไม่มีตะกอน ดังนี้อาจกล่าวได้ว่าน้ำในตู้ที่ดูสะอาดสดใสนั้น ที่แท้แล้วก็คือการเอาตะกอนปกปรกจำพวกเศษอาหารหรืออุจจาระมัจฉาไปแอบไว้ใต้กรองนี้แหละขอรับ นานวันเข้าก็จะอุดตันฟองอากาศที่เคยเห็นขึ้นปุด ๆ ติดต่อกันตลอดเวลาก็จะกลายเป็นนาน ๆ จึงจะมีหนึ่งปุดซึ่งแสดงว่าควรล้างตู้ได้แล้ว ตรงนี้หากเปรียบกับคนบางทีที่เห็นสะอาด ๆ แต่เก็บความสกปรกเอาไว้ทำให้คนอื่นเข้าใจไม่ถูกต้องก็ได้ สัจจะข้อแรกที่ได้จากตู้ปลา

การล้างตู้ปลาและเปลี่ยนน้ำใหม่เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร หากได้สัมผัสด้วยก็พอจะช่วยให้ลืมเรื่องงานอื่น ๆ ไปได้อย่างน้อย ๆ ก็ช่วงเวลาหนึ่ง การล้างตู้ปลาอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิถีพอถันเอาการ เริ่มตั้งแต่ถ่ายน้ำจากตู้ส่วนหนึ่งไว้ในถัง จากนั้นช้อนปลามาใส่ใสถังน้ำที่เตรียมไว้ ที่แน่ ๆ คือต้องไม่ลืมปั้มลมให้ปลามันด้วย แล้วจึงหันมารื้อหินประดับทราย หรือปะการังที่ใช้กรองน้ำจนหมดซึ่งใช่ว่าน้ำหนักจะน้อย ๆ จากนั้นนำมาล้างในกะละมังใบโต ๆ ต้องระวังไม่ให้ปะการังไหลไปกับน้ำ วิธีการที่ใช้ทำความสะอาดปะการังหรือทรายส่วนใหญ่คือใช้ผ้าตาข่ายถี่ ๆ หน่วย เอาวัสดุที่ว่าใส่ลงไปแล้วก็นำไปร่อนขลุก ๆ เปิดน้ำไหลชะไปเรื่อย ๆ มือก็ขยับ ๆ จนเศษสกปรกต่าง ๆ หายไป ส่วนตัวตู้ปลานั้นมันเป็นกระจก เวลาเคลื่อนย้ายต้องประคับประคองให้ดี หากใบใหญ่มากก็หมดสิทธิ์เคลื่อนย้ายทิ้งไว้ตรงที่เดิมนะแหละ แล้วเอาน้ำไปหาตู้ก็แล้วกัน จะใช้วิธีการใดสุดแท้แต่ใจเจ้าของ พอเอาน้ำออกจากตู้ก็ต้องทำให้กระจกมันหมดคราบไคลต่าง ๆ เวลาถูหากขัดถูกหนักมือเกินไปจะทำให้กาวหลุด ดีไม่ดีตู้ปลาอาจกลายเป็นเศษกระจกได้ ตามด้วยปะการัง หรือกรวดทรายแล้วแต่กรณี วางไปเสียก่อนแล้วจึงปล่อยน้ำจะท่วมบ้านในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้เพราะมันจะแตก จากนั้นก็ถึงขั้นปั้มลม เติมเกลือเล็กน้อยเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มากับน้ำ กันไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยต่อปลาแต่อย่าใส่มาก มิฉะนั้นปลาอาจจะเป็นปลาเค็มและต้องรอเวลาจนกว่าอุณหภูมิของน้ำในถึงที่ขังปลาไว้ จึงจะเอาปลาใส่ตู้ได้ เวลาใส่ปลาลงไปแล้วต้องสังเกตดูด้วยว่าปลามันไม่เกิดอาการผิดปกติ หากเห็นท่าไม่ดีจะได้รีบแก้ไข เพราะราคาปลาตู้มันแพงมากอยู่เหมือนกัน ตรงนี้จะเห็นได้วาชีวิตเป็นสิ่งบอบบางและมีค่าต้องดูแลอย่างทะนุถนอมเป็นสัจจะประการต่อมา

อีกอย่างที่บอกในตอนต้นคือเรื่องของไฟฟ้า เพราะตู้ปลาต้องอาศัยไฟฟ้าปั้มลมอยู่ตลอดเวลา หากไม่ปั้มลมปลาสวยงามส่วนใหญ่จะตายภายในเวลาไม่ช้าไม่นาน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพความสะอาดของน้ำกับธรรมชาติดั้งเดิมของปลา การทำให้ตู้ปลาสวยงามนั้นต้องอาศัยเครื่องประดับตู้ปลาซึ่งมีรากไม้ก้อนหิน เปลือกหอย สุดแท้ว่าแต่ละคนจะชอบแบบไหน ปลาตู้จะสวยงามขึ้นหากจัดตู้ปลาให้สวยดูเป็นธรรมชาติ สำหรับปลาน้ำจืดก็มักใช้รากไม้ประกอบเพื่อให้ดูราวกับว่าปลากำลังว่ายในลำธารอะไรทำนองนั้น อย่างไรก็ตามเท่าที่เห็นและเป็นที่นิยมกันมากที่สุดจะได้แก่ก้อนหิน เพราะมีผลกระทบต่อน้ำในตู้ปลาน้อยที่สุด หมายความว่าน้ำไม่เปลี่ยนสี แต่น้ำหนักจะมาก หากใช้รากไม้บางทีน้ำก็เปลี่ยนสีน้ำตาลดูไม่สวย เสียเวลาถ่ายน้ำใหม่บ่อย ๆ จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า ความสะอาดถูกทำให้แปดเปื้อนได้ง่ายจากสิ่งที่ง่ายจะทำให้ผู้อื่นแปดเปื้อนอะไรทำนองนี้น่าจะเหมาว่าเป็นสัจจะประการต่อ ๆ มา

ผู้เขียนเคยอยู่ที่เมืองเลยมาก่อน เลี้ยงปลาตู้มาตั้งแต่อยู่ที่โน่นแหละขอรับ เพื่อน ๆ หลายคนก็ทำตู้ปลาแข่งกันเลี้ยงปลาตู้ อวดความสวยของศิลปะ การัดตู้ปลากันอยู่เสมอ ก้อนหินที่เมืองเลยนั้นมันเป็นตะปุ่มตะป่ำ แต่บางก้อนก็กลมดั่งกับกลึง เช่น หินริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นต้น คนเรายามชอบเลี้ยงปลาตู้ก็ยิ่งต้องหาหินสวย ๆ มาประดับ เห็นก้อนหินที่ไหนแตะตาเป็นไม่ได้ ต้องจอดรถแวะไปดูเพื่อจะเอามาประดับตู้ปลา อาการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสุนทรีย์มันกำเริบ วันเสาร์อาทิตย์ต้องต้องไปริมแม่น้ำโขง ไปดูปลาที่ชาวบ้านเขาจับจากสายน้ำซึ่งแยกสาขาจากแม่น้ำโขงซึมซาบความงดงามของชนบท ขากลับก็ซื้อกุ้งฝอยมาฝากปลาที่เลี้ยงเอาไว้ บางทีกลับจากแม่น้ำโขงยามเย็น ต้องเลยไปกินข้าวและจิบสุราจนดึกดื่น กุ้งฝอยที่จะไปฝากปลาตู้กลายเป็นกุ้งเต้นเกือบทุกที อาการนี้เกิดขึ้นสม่ำเสมอ มีอยู่คราหนึ่งออกจะแปลกแม้ยามเมา ใจก็ยังครุ่นคิดหาก้อนหินมาประดับตู้ปลา ปรึกษากันอยู่พึมพำ จนกระทั่งเวลาจะขึ้นรถกลับผู้เขียนหันไปเห็นก้อนหินเป็นตะปุ่มตะป่ำอยู่บนโคนต้นไม้ มันสวยมากแต่ก้อนใหญ่เอาการ ตอนที่บอกให้เพื่อน ๆ ยกกันนั้น บางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ค้านสุดท้ายคนที่ตัวโตกว่าและแข็งแรงที่สุดก็ยกขึ้นวางบนช่องว่างกันชนท้ายรถอีแต๋นเอากลับหอพัก เห็นกันได้ชัด ๆ ว่าความหลงซึมซาบในจิตใจจนยากที่จะลืมเลือน ผลักดันให้ทำอะไรต่อมิอะไรได้เสมอ ก็เห็นว่าน่าจะเป็นสัจจะข้อต่อ ๆ มาเช่นกัน



เช้าขึ้นมาผู้เขียนจะไปทำงานเห็นก้อนปูนซิเมนต์ที่ใครก็ไม่รู้ทิ้งเอาไว้ก้อนใหญ่เอาการ จึงถามน้อง ๆ ว่า "เฮ้ย?ใครเอาก้อนปูนมาไว้ท้ายรถของผม" เสียงตอบว่า "ก็พี่นั่นแหละ ผมบอกแล้วว่าก้อนปูนซิเมนต์ไม่ใช่ก้อนหินก็ไม่เชื่อ เห็นเมื่อคืนบอกว่าก้อนหินสวนนักมิใช่หรือ" ได้ยินดังนั้นผู้เขียนจึงว่า "นั่นนะซิก็คลับคล้ายคลับคลาอยู่เหมือนกัน" ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตำนานด้วยประการฉะนี้