หน้าแรก งานเขียนสารคดี คิดถึงลมทุ่งปลายหนาว  · 

คิดถึงลมทุ่งปลายหนาว

สายลมปลายหนาวยังพัดพลิ้วไปเบา ๆ ท้องทุ่งแล้งยามนี้จึงเย็น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ไม่เกินไปนัก อากาศแล้งน้ำในปลักควายเก่าเริ่มเหือดแห้งเหลือเป็นโคลนตม ลูกปลาหมอตัวเท่าหัวแม่มือดิ้นอยู่ขลุกขลุก หนุ่มทุ่งเห็นแล้วน้ำลายไหลไม่ใช่น้อย ในทุ่งนารวงข้าวถูกเก็บเหลือเพียงซังยอดด้วนบ้างก็ยังยืนอยู่ตั้งแต่วันที่ถูกเก็บรวมแต่กลิ่นหอมน้อย ๆ ก็ไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา

สายลมปลายหนาวยังพัดพลิ้วไปเบา ๆ ท้องทุ่งแล้งยามนี้จึงเย็น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ไม่เกินไปนัก อากาศแล้งน้ำในปลักควายเก่าเริ่มเหือดแห้งเหลือเป็นโคลนตม ลูกปลาหมอตัวเท่าหัวแม่มือดิ้นอยู่ขลุกขลุก หนุ่มทุ่งเห็นแล้วน้ำลายไหลไม่ใช่น้อย ในทุ่งนารวงข้าวถูกเก็บเหลือเพียงซังยอดด้วนบ้างก็ยังยืนอยู่ตั้งแต่วันที่ถูกเก็บรวมแต่กลิ่นหอมน้อย ๆ ก็ไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา

ตรงคันนาแซมแทรกด้วยต้นตาลโตนดสลับรายเรียงปานเข้าแถว แผ่ใบพานพุ่มยามต้องลมเสียงดังโกรกกราก ยามตะวันคล้อยบ่ายดูเหมือนเสียงดังจากต้นโตนดจะแปลก ๆ อยู่บ้าง เพราะมีคนขึ้นไปตัดที่งวงของมัน ชาวทุ่งเขาบาดเฉือนขวานออกเป็นแผ่นบาง ๆ เป็นแว่น ๆ มีเสียงกระบอกไม้ไผ่กระทบกันซอเป็นเสียงสำเนียงแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน น้ำหวานจากงวงตาลค่อย ๆ หยดลงสู่กระบอกไม้ไผ่ที่ซึ่งข้างในนั้นมีเปลือกไม้เคี่ยมชิ้นเล็ก ๆ ขนาดสักหัวแม่มือใส่เอาไว้ท่านว่าไม่ให้น้ำตาลมันเสียไว ชาวทุ่งปาดตาลรอบเย็นนี้จะไปเก็บลงมาอีกทีก็ตอนเช้ารวบรวมเข้ากันเป็นน้ำตาลสดหาบแบกกลับบ้านไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลปึกหรือน้ำตาลแว่นสุดแท้แต่จะทำ การเคี่ยวน้ำตาลเป็นศาสตร์และศิลป์เพราะหากฝีมืออ่อนหัดมักจะกลายเป็นตังเมไป

ตอนผู้เขียนยังเด็ก ๆ ชอบที่จะไปนั่งเฝ้าเขาเคี่ยวน้ำตาลให้เป็นน้ำตาลและขอให้เขาช่วยทำตังเมให้พอใกล้เวลาเด็ก ๆ จะไปตัดใบสับปะรดที่เรียกว่าทางสับปะรดมาคนละใบ จากนั้นก็รอให้ผู้ใหญ่หยอดตังเมในกาบทางสับปะรดนี้ วันนั้นก็จะได้ของหวานที่เรียกว่าลูกอมในสมัยนี้บางคนรีบกินยังร้อน ๆ ปากพองก็มี น้ำตาลสดที่ขึ้นไปลำเลียงลงจากต้นตอนช่วงเช้านั้นหาได้เป็นน้ำตาลก้อนจนหมดไม่ ชาวทุ่งจะเก็บบางส่วนไว้สำหรับทำน้ำตาลเมาในยามเย็น การปีนและปากงวงน้ำตาลจึงทำกันวันละสองเวลาเช้าและบ่ายคล้อย แต่ก็หาเป็นดังนี้ทุกคนไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน น้ำตาลเมาที่เขาเรียกกันนั้นจัดได้ว่าเป็นศาสตร์สาขาหนึ่งของเมรัยศาสตร์เพราะหากรสชาติเข้าลิ้นกลมกล่อม ชื่อเสียงของบุคคลนั้นจะดังไปรอบทิศของต้นโตนดทั้งตามลมและทวนลมทีเดียว ศาสตร์นี้อาจเป็นได้ทั้งแบบห้อยหน้าเพราะใส่เชื้อเอาไว้ตั้งแต่เร่มรอรับน้ำหวานจากงวงตาลแบบนี้ท่านเด็ดนัก เพราะมันจะให้รสหวานกลมกล่อมซึ่งอาจจะไปหมักต่อในท้องอีกคราก็ได้ ส่วนแบบหมักบ่มในไหนนั้นเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปที่หมักตอนเช้าและได้ที่ในตอนเย็นเครื่องแต่งรสมีเพียงเปลือกไม้เคี่ยมเท่านั้นที่ยืนพื้นจะมีใส่วัตถุแปลกปลอมอื่น ๆ บ้างก็ไม่มาก ที่โคนต้นโตนดมักจะมีใบของมันปิดทับซ่อนเร้นอำพรางไหน้ำตาลเมาไว้อยู่เสมอที่ปากไหจะมีรกของต้นมะพร้าวปิดเอาไว้ใช้ประโยชน์ทั้งปิดและกรองการที่ไม่ต้องการอื่น ภาชนะสำหรับดื่มกินมีทั้งแบบเป็นกระบอกไม้ไผ่และแบบกะลามะพร้าวขัดเงาวับทีเดียว กับแกล้มนั้นเล่าดูเหมือนจะเข้าขากับลูกปลาหมอต้มน้ำส้มตาลโตนดเสียจริง ๆ น้ำส้มที่ว่านี้ก็เอาน้ำล้างกะทะเคี่ยวน้ำตาลนั้นเป็นต้นเหตุ ผลที่ได้คือน้ำส้มจากธรรมชาติแท้ ๆ กลิ่นหอมชวนกินมิใช่น้อย น้ำส้มที่ได้ใส่ในต้มลูกปลาหมอที่วิดมาจากปลักควายเก่านั้นมันหอมและกรอบชนิดที่กระดูกปลาหมอนั้นมันกรอบอย่างพิสุทธิ์ทีเดียวเวลากินก็เคี้ยวมันทั้งตัวไม่ต้องถนอมให้เสียเวลา กลั้วคอด้วยน้ำตาลเมานั้นสดชื่นเย็นใจชาวทุ่งมานานแสนนาน

ตะก่อนผู้เขียนก็ชอบที่จะไปล้อมวงกับผู้ใหญ่นั่งฟังการสนทนาพาทีหยอกล้อกันอยู่เสมอ ริมคันนายามเย็นก่อนมืดเยือนนั้นน่ารื่นรมย์เป็นนักหนา จวบจนโตขึ้นมาพอที่จะหัดทำน้ำตาลเมาได้เอง แต่กว่ามันจะเข้าที่เข้าทางนั้นต้องกินน้ำตาลเมาชนิดสองกระดองเอาหลายวัน เพราะน้ำตาลที่หมักเพื่อให้เป็นน้ำตาลเมานั้นมันกึ่งบูดกึ่งสุกเวลากินเข้าไปรสชาติมันฉุน ๆ เวลากลืนก็พองแก้มเอาการ แต่สหายร่วมวงเขาก็ยังคงชื่นชมนัยว่ามันไปอีกแบบที่สำคัญมันทำให้ท้องเดินอยู่หลายรอบเช่นกัน มาวันนี้ลมทุ่งไม่หวนคืนอีกแล้วคิดถึงเหลือเกิน