ตะเข้

ข่าวเรื่องตะเข้ดังทั้งทวนน้ำขึ้นไปและตามน้ำลงมา ยามใดที่ ข่าวนี้สะพัด ดูเหมือนว่าลูกแม่น้ำทั้งหลายออกจะหวาด ๆ อยู่บ้าง ผู้ใหญ่ จะห้ามไม่ให้เด็ก ๆ ลงเล่นน้ำ และเมื่อใดที่อยู่ริมน้ำสายตาของ ทุกคนจะคอยมองหาสิ่งที่มันผิดธรรมดา ข่าวว่า "เข้เข้า" จับความได้ ว่ามีตะเข้ปรากฏขึ้นในแม่น้ำ ข่าวที่ว่านี้จะดังลั่นท้องน้ำทันทีที่ใครก็ ตามเจอมันเข้า สำหรับผู้เขียนแล้วได้ยินข่าว เรื่องตะเข้มาหลายหนแต่ ไม่เคยเจอกับตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งเหตุการณ์นั้นก็มาถึง น้ำในคลองบ่อโฉลก ก็เหมือน ๆ กับแม่น้ำอื่น ๆ ที่ติดกับ ทะเล เพราะว่ามีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มเวลาที่น้ำปนรวมกันก็เรียกว่า น้ำกร่อย เพราะรสชาติแปลก ๆ สายน้ำไหลลงทะเลที่ปากน้ำตาปีแล้ว ก็ไหลกลับคืนเข้ามาอีก วันละครั้งหรือสองครั้งแล้วแต่จะนับ ถ้ารวม เอาตอนกลางคืนเข้าไว้เป็นหนึ่งวันด้วย ก็จะเป็นสองครั้ง

ตั้งแต่ ปากแม่น้ำเข้ามาในแผ่นดิน สายน้ำทอดกายโอบโค้งวน แล้ววกกลับทิศเดิมผ่านดินแดนเรียกขานต่างชื่อออกไปตามคุ้งน้ำ โค้งคุ้งแม่น้ำแทรกแผ่นดินลึกบ้างตื้นบ้างสลับลงไปทางทิตใต้เฉียด เขาท่าเพชรห่างออกไปไม่กี่มากน้อย กลายเป็นบางด้วน เป็นที่รวมของ เส้นทางสายน้ำจากเขาสูงที่ค่อย ๆ รวมตัวกันเข้ามากลายเป็นสายน้ำที่ กว้างใหญ่ จากป่าทึบของขุนเขาไล่ลดลงมาเป็น ป่าจาก แต่ใช่ว่ามีเพียง พันธุ์จาก อย่างเดียวก็หาไม่ ยังปะปนไม้เลื้อย ไม้บูน น้ำนอง แทรกปะปน ไผ่หนามเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ ตลิ่งอ่อนออกจะมี ต้นจากมากกว่าทาง ตลิ่งแก่ เพราะฝั่งแกนี่ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ยืนต้น หลากชนิด ทอดกายอิง แอบแนบไอกรุ่นของสายน้ำ ริมตลิ่งของ สองฝั่งแม่น้ำจึงสลับกันไป เป็นภาพงามงดเอิบอิ่มทั้งของสายน้ำและของต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ฝั่งใหนที่ตะกอนโถมทับทวีก่อตัวมาก ด้วยเลน กลายเป็นตะลิ่งอ่อน ฟากฝ่ายที่ถูกน้ำซัดเซาะเหลือเป็นดินเหนียวปนทรายดั้งเดิม กลายเป็น ตะลิ่งแก่ ต้นไม้จึงต่างสลับกันไปตามคุ้งน้ำ ด้วยประการฉะนี้ ริมฝั่งน้ำตรงไหน ออกจะเป็นที่ลุ่ม จะก่อเกิดเป็นที่รวมตัว กันของน้ำฝน นานเข้ากลายกลับ เป็นลำบาง เชื่อมต่อประสานเลี้ยวคด หายเข้าไปในแผ่นดิน แต่ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนของแม่น้ำย่อมมีโคลน จากตะกอนที่โถมทับวันแล้ววันเล่าผสมผสานกับการย่อยบดสลาย จากธรรมชาติ เป็นที่อยู่ของ หอยกันนับจำนวนไม่ถูกว่าจะมีสักเท่าไร ทั้งฝังตัวลึกลงในเลนโคลนและอยู่ตื้นฝังลึกลงไปเล็กน้อย มองเห็นปากหอย หุบ อ้า เวลาน้ำขึ้นลงก็มี ชาวแม่น้ำเขาหาหอยกัน ด้วยวิธีง่าย ๆ โดย เฉพาะหน้าน้ำจืด เวลาลงเล่นน้ำเท้าก็ย่ำ ๆ บนเลนไปด้วย หอยที่หมกฝังตัว สัมผัสกับฝ่าเท้ารู้ได้ว่าใช่หรือไม่ จากจิตสำนึกแห่ง การลองผิดลองถูก และประสบการณ์ หากรู้ว่าใช่ก็เอื้อมมือคว้าขึ้นมา โยนลงท้องเรือพายหรือเรือแจวก็แล้วแต่จะพาไป หากไม่ชอบลงน้ำ ก็เดินมั่งนั่งมั่งริมผั่งแม่น้ำ ตาก็สอดส่ายไป ตามร่องดินริมน้ำหากมองเห็นเป็นรอยต่างจากเศษไม้คล้ายปากหอยก็ใช้ นิ้วชี้ขุดดูก่อน ถ้าใช่ก็ควักขึ้นมา บางทีก็มองเห็นทั้งตัว แทรกอยู่ตาม รากไม้ที่ถูกน้ำพัดเป็นเพิงเว้าเข้าไป เก็บง่ายหยิบง่ายไปอีกแบบ การ เก็บหอย เป็นเรื่องที่สนุก แต่ไม่ค่อยตื่นเต้นเพราะหอยไม่หนีไปใหน หากจะให้ตื่นเต้นมากกว่าหอย ก็เห็นจะเป็นการหาปูที่อยู่ในรู ริมฝั่งน้ำ หาปูเขาหากันตอนน้ำออกจะเค็ม ๆ เพราะหน้าน้ำจืดปูจะหนีไปอยู่ใน ทะเล ปูที่อยู่ในรู ออกจะยากที่จะจับ เพราะคนที่หาปูแบบนี้ต้องรู้วิธี สังเกตุจากฝอยดินจากรูปู ผู้เขียนไม่ถนัดกับ การหาปู ูเพราะต้องใช้ ความสามารถมากกว่าหาหอย ไหนจะต้องขุดไหนจะต้องคอยสังเกต ว่าตะขอเกี่ยวโดนตัวปูหรือยังและที่สำคัญเวลาเกี่ยวขึ้นมา แล้วต้อง ระวังอย่าให้ปูมันแล่นลงคลองเสียก่อน การจับต้องใช้ความรวดเร็ว เอาการ ปูที่ได้จากการขุดมักมีคุณภาพ เพราะว่าปูเขาเตรียมตัวลอก คราบ ก่อนลอกคราบทำให้ปูมีกระดองสองอันซ้อนกันอยู่ ช่วงนี้เป็น ช่วงเวลาที่ออกจะน่ากินที่สุด หากเป็นปูเผาจะแกะออกสะดวกที่สุด กลิ่นหอมรัญจวนจิต อย่างแน่นอนละขอรับ แต่หากปล่อยให้ปูเขาลอก คราบไปแล้วจะกลายเป็นปูนิ่ม จะนำมาเผามาย่างไม่เหมาะเลย คงจะ เหมาะกับการต้มหัวกะทิใส่ ใบมะขามอ่อน หรือแกงส้มใส่ใบมะขาม อะไรทำนองนั้น ริมฝั่งทั้งสองแม่น้ำที่เรียกว่า คลองบ่อฉโลกนี้จะขานชื่อเป็น อย่างอื่นก็มี บ้างก็เรียกว่า คลองท่าทอง แต่เหตุที่ใครอยู่คุ้งน้ำไหนชื่อ จึงออกจะต่าง อยู่บ้าง แต่เป็นคนละเรื่องเดียวกันนั้นเอง

ทั้งฝั่งซ้ายและ ฝั่งขวา นอกจากมีสัตว์น้ำทั้งปลา กุ้ง ปู หอย ยืนพื้นแล้ว สัตว์จำพวก เลื้อยคลาน มันก็เพ่นพ่านอยู่ตามริมแม่น้ำเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหี้ยหรือแลนดอกไม้ นี้มักอยู่ใกล้ชิดริมน้ำ มาก กว่าอยู่ห่างน้ำ หากเป็นแลนหรือตะกวดมักชอบอยู่ที่ห่างคลองออกไป แต่ก็ใช่เป็นเกณฑ์ตายตัว สรรพสัตว์มีขาคลานได้ มันก็ไปหากินตาม เรื่องตามราวของมัน ยามไหนลูกไทร ต้นริมน้ำ ดื่นดก เสียงนกเปล้า ออกจะเป็นแขกที่ส่งสำเนียงยั่วน้ำลาย ผู้คนที่ใจอ่อนไหว อยู่เนือง ๆ เหตุเพราะเนื้อนกเปล้านั้น ไม่มีกลิ่นสาบ กระดูกก็กรอบเคี้ยวง่าย กว่า นกอื่นใดในโลกหล้า ก็ว่าได้ มันไปได้ดีกับลูกมะแว้งและกะลามะพร้าว อ่อนมาก ๆ ชนิดเนื้อพอเป็นขี้มูกลิง เฉาะด้วยมีดคม ๆ ตัดเป็นชิ้นเล็ก ขนาดพองามคำ ชาวเราเขาเรียกว่าเหมงพร้าว รสชาติไม่หวานอมขม กลืนแน่นอน แต่เป็นความหวานจากธรรมชาติแท้ ๆ เถาหวายลิงที่พันทับบนต้นจาก แล้วดึงต้นเลื้อยสูงไปบนต้นบูนออกลูกสะพรั่งก็เป็นที่หาอาหารของ ของนกหลากหลาย ที่โคนกอจาก เป็นช่องทางมองเห็นรอยตีนนาก ให้เห็นอยู่บ้างเป็นครั้งคราว บางที่มีขี้กองสุม ๆ อยู่ก็มีมักเป็นขี้ของ มุดสังแปลง พอได้เวลามักจะมาถ่ายทิ้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทิ้งก่อนออก หากินหรือกินแล้วมาทิ้ง แต่ที่แน่ ๆ เนื้อมุดสังกับแกงคั่วก็ไม่ธรรมดา เช่นกัน

เพื่อนผู้เขียนมาเยี่ยม หลังจากข่าว เข้เข้าคลองบ่อฉโลก ได้ไม่กี่วัน ริมฝั่งน้ำยังพอมีข่าวให้หวาดกลัวอยู่ แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้ บอกข่าวนี้แก่เพื่อน ด้วยเกรง ว่า เขาจะกลัว เพราะได้ตั้งใจแล้วว่าจะลง คลองหาปลาหากุ้งกันสักหน่อย ช่วงเลยต้นปีมาสักเดือนสองเดือนน้ำในคลองออกจะไส มากกว่าเดือนอื่น ๆ เพราะน้ำเค็มเข้ามาจากทะเล ทางจากเก่า ที่หักพับลงมาจุ่ม ลงในน้ำใบรุ่งริ่งค่อย ๆ สลายหลุดไปตามสายน้ำ ด้านล่างของทางจาก ปลานอนวัน หายตัวท้องแนบแบบอัพไซด์ดาวน์ ถัดลงไปบนพื้นโคลน ทางจากเก่าเป็นที่หลบซ่อนของกุ้งป้อม แทรกตัวฝังในโคลน เลยไปอีกเล็กน้อย เป็นเพิงเว้าเข้าไปใต้กอจาก กุ้งหลวงนอน หลบซ่อนเร้น กรีเป็นร่องหยักแหลมทวนออกจากตัวปกป้องไข่แก้ว เป็นมันภายใน ก้ามคมสีครามเข้ม จับเศษปลาเล็กเข้าปากอยู่ขยิบขยิบ ตาโปนเหมือนเม็ดถั่วเขียว กางออกมาสองข้างระแวดระวังภัย ภายใต้ ท้องน้ำสรรพสิ่งเป็นเช่นนี้ตลอดทั่วทั้งลำคลอง ห่างจากปากบางขึ้นไป มีกอจากขึ้นแซม ต้นลำพูออกลูก เรียกลำแพน บ้างก็หล่นลงน้ำ บ้างก็ตกบนพื้นริมบาง ต้นตุ่มแทรกอยู่ ในร่องรากต้นบูน กอไผ่หนามแหลมปะปนประปราย เถาวัลย์พันเกี่ยว สุมปกคลุมอยู่รกครึ้ม ในร่องบางยามน้ำขึ้นฝูงปลาซิวว่ายอยู่ไหว ๆ ปลาเสือนัยตาหลุกหลิกพ่นน้ำใส่มดแดงบนใบไม้หล่นตกลงไป ในน้ำกระโดดฮุบเสียงดังปุบปุบ การตกปลาเสือจึงใช้เหยื่อแม่มดแดง เป็นดีที่สุด หาที่เหมาะ ๆ บังกายให้ด ีเกี่ยวแม่มดแดงแล้วขยับขยุกขยิก ให้เห็นดังแมลงบิน หากปลาเสืออยู่ใกล้ ๆ จะว่าย วนแวบเข้ามาฉวย ทันที พูดได้ว่าอดไม่ได้ ประมาณนั้น แต่ต้องระวังอย่าให้ปลากระโทง แอบมากินเสียก่อน ปลาสองพันธุ์นี้กินอาหารแบบเดียวกัน ริมบาง มีรอยร่องลากหางเป็นทางยาวแต่รอยตืนจมลึกลงไป มองไม่เห็นแต่บอก ได้ว่าสัตว์ตระกูล เลื้อยคลานแบบเดียวกับตะเข้มันอาศัยอยู่ตรงนั้น ผู้เขียนกับเพื่อนสามคน ลงเรือพายลำเล็ก ๆ ขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กไม่ใหญ่ เกินไป ในเรือมีแว่นตาหรือเรียกว่าหน้ากากดำน้ำก็ได้ เหล็กแหลม ๆ สามอันมาเรียงจัดเข้าด้วยกันเอาไว้แทงกุ้งเรียกว่า บวก ก่อนลงเรือเก็บมะขามพอง เมล็ดข้างในสีเกือบดำ ขนาดพอแกะเปลือกออก ง่าย ๆ มีเกลือเม็ดเอาไว้กันเปรี้ยว เป็นอาหารเคี้ยวเล่นระหว่างเดินทาง พายเรือช้า ๆ ทวนน้ำขึ้นไป อากาศยามบ่ายแก่ ๆ ร้อนอบอ้าวพอควร หน้าน้ำเค็มเข้าคลองนี้ยามท้องฟ้ากระจ่าง ด้วยแสงแดด ทำให้มองเห็นไปถึงท้องน้ำ เพื่อนใส่แว่นดำน้ำ อมลมเต็มปากกลั้นไว้แล้วว่ายลัดเลาะช้า ๆ มองหา กุ้งหลวง ปูดำ หรือปลาก็ได้ที่ช่อนอยู่ใต้เพิงรากไม้น้ำ เมื่อเห็นใช้บวก แทงเสียบขึ้นมา ผู้เขียนลงว่ายน้ำเท้าวนเหยียบหา หอยกัน หยิบใส่เรือ เป็นระยะใจนั้นหวั่น ๆ กับเรื่องตะเข้ อยู่ หันซ้ายแลขวาอยู่เรื่อย ๆ เพื่อนอีกคน กำลังเพลินอยู่กับมะขาม จนไม่สนใจจะลงน้ำ นักดำน้ำ กับนักหาหอย ว่ายบ้างเดินบ้างเพราะน้ำริมตลิ่งไม่ได้ลึกไปเสียทุก หนทุกแห่ง คนหนึ่งหยิบหอย อีกคนแทงกุ้ง ก่อนถึงลำบางเล็กน้อยมีต้นไทร ย้อยราก เป็นเพิงเว้าเข้าไป เพื่อนบอกว่าใต้รากไทร นี้น่าจะมีกุ้งเยอะ ผู้เขียนก็ไม่ว่าอะไร แต่ใจ นั้นหวาด ๆ เรื่องตะเข้ เพราะยิ่งเข้าใต้ต้นไทรมันออกครึ้ม ๆ ดูน่ากลัว เพื่อนบนเรือกินมะขามเข้าไปมาก ปากก็บอกว่าขี้จะไหลแล้ว ขอตัว ไปบรรเทาก่อนและบอกว่าให้อยู่กันบริเวณนี้ก่อน ว่าแล้วตัวเองเดิน ผ่านกอไผ่ จากไปหาที่เหมาะ ๆ ห่างออกไป เห็นคบไม้ใหญ่โผ่ลราก ระเกะระกะต้นไม้นั้นปกคลุมด้วยเถาวัลย์ ใบไม้ครึ้มร่มรื่น ต้นไม้ เอนทอดกาย ไปทางลำบาง ยามนั่งยอง ๆ บนลำต้นจึงเหมาะที่เป็น สุขาชั้นเยี่ยมกระเทียมโทน การนั่งอย่างสงบสุขในป่านั้น ออกจะยากอยู่เพราะ มียุงวนเวียนชมแก้มก้นอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างว่าเพราะความจำเป็น ต้องทนไป มือไม้ก็ต้องไกวโบกอยู่ไปมา ตรงคบไม้นั้น เหี้ยตัวใหญ่ ลายดอกไม้เห็นชัด หัวของมัน เท่าปลีน่อง พุงของมัน กางออกใหญ่ว่าขาอ่อน ชะรอยหลบแดดหรือ ไม่ก็ซุ่มรอเหยื่อสุดที่จะเดาได้ ตกใจคนเข้าไปปลดทุกข์ กระโดดโกย อ้าวโครมคราม ถึงชายน้ำเผ่นตูม ลงไปใต้โคนต้นไทร ดำน้ำกบตัว ดำลึกซ่อนนิ่ง หารู้ไม่ว่านักดำน้ำกำลังสาละวนดำผุดดำว่ายหากุ้ง อยู่ตรงนั้น แว่นตาดำน้ำนั้น โดยปกติแล้วจะ ขยายทุกสิ่งใต้น้ำออกเป็น สองเท่า ทุกอย่างใต้น้ำจึงดูใหญ่โตไปเสียหมด แม้แต่หัวแม่ตีนของ นักดำน้ำเอง บางครั้งยังอดตกใจไม่ได้ เมื่อนักดำน้ำเหลียว วนวก ไป จะเอ๋เข้ากับเหี้ย ซึ่งปกติขนาดบนบกของมันก็ใหญ่โตอยู่แล้ว พอมา เห็นในน้ำจึงมหึมาไม่ใช่น้อย สิ่งที่นอนอุบนิ่งจึงน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง สิ่งแรกที่นึกได้ นักดำน้ำพุ่งพรวดขึ้นมา บอกว่าเข้… คำเดียวสั้น ๆ แต่มีความหมาย ทั้งนักหาหอย ทั้งนักดำน้ำงม กุ้ง กระโจนขึ้นเรือ พร้อม ๆ กัน เรือลำเล็ก ๆ คว่ำลงสิ่งที่หามาได้ ทั้งหอยทั้งกุ้งจึงไม่เหลือหรอค้างอยู่ในเรือเลย สักครู่เพื่อนคนที่อยู่ บนบกมาถึง ถามว่า มึงเห็นเหี้ยตัวใหญ่ไหม เห็นแล่นมาทางนี้ แล้วนั่น มึงไปคว่ำเรือทำไม ยินดังนี้แล้วสองคนในน้ำค่อยหายใจทั่วท้องและยิ้มออกได้

( 20 มีนาคม 2541)