เกาะตุ้งกา
คลื่นและอารมณ์บทเรียนจากเกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกู
คลื่นและอารมณ์บทเรียนจากเกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกู
วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์
ตรงสุดชายขอบของหมู่เกาะอ่างทองมีเกาะเล็ก ๆ อยู่ ๒ เกาะชื่อว่า เกาะตุ้งกา และเกาะตุ้งกู เหตุที่ผู้เขียนเรียกว่าเป็นจุดชายขอบเพราะว่าเป็นเกาะสุดท้ายที่ห่างไกล จากจุดตรงนี้จะเป็นเวิ้งน้ำทะเลกว้างไปจนถึงเกาะเต่าและจากจุดนี้ไม่มีเกาะใด ๆ ขวางกั้นจนถึงเกาะพะงัน ส่วนหมู่เกาะที่ใกล้สุดซึ่งอยู่แนวเดียวกับเกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกูก็คงเป็นหมู่เกาะว่าวซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก กะระยะทางด้วยสายตาก็คงห่างกันราวสิบกิโลเมตร
ผู้เขียนการเดินทางไปตกปลาแถวละแวกเกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกูตุ้งกูเมื่อปีก่อน ทำให้มีโอกาสสัมผัสทั้งแสงแดดที่แผดร้อนและสายฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนที่ไร้ดวงดาว
อุทยานแห่งชาติทางทะเลในจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือหมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะนี้มีจำนวนเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก ผู้เขียนจำไม่ได้ว่ามีทั้งหมดกี่เกาะ เกาะแต่ละเกาะที่มีรูปทรงแปลกตา ดูลักษณะคล้าย ๆ กัน เกาะต่าง ๆ เหล่านี้แทงทะลุผืนน้ำขึ้นมาในอากาศ วางเรียงรายกันไปอย่างไร้ระเบียบ แต่งดงาม หมู่เกาะนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งของอ่าวไทย สิ่งที่เป็นอยู่ในหมู่เกาะนี้นอกจากหาดทรายสีขาวนวลปรากฏตัวแทรกอยู่ท่ามกลางผิวขรุขระของภูเขาหิน ยังมีแหล่งปะการังใต้น้ำให้สำรวจอีกด้วย
เมื่อพูดถึงแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่อของหมู่เกาะอ่างทองก็คงเป็นเกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกูนี้เอง ทั้งนี้เพราะบ่อยครั้งจะเห็นเรือรับส่งนักดำน้ำจากเกาะสมุยและเกาะพะงัน นำนักดำน้ำ มาดำน้ำ หาความสุนทรีย์ให้กับชีวิตบริเวณริมเกาะทั้งสองนี้อยู่เนือง ๆ ผู้เขียนเข้าใจว่าเกาะตุ้งกาคงมีทัศนียภาพใต้น้ำที่สวยงามมากกว่าบริเวณอื่น ๆ (เกาะตุ้งกานี้มีชื่ออีกอย่างว่าเกาะญี่ปุ่นเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเส้นทางเดินเรือของกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ามาในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ เอาเป็นว่าหากมีโอกาสจะหาเรื่องที่เกี่ยวข้องมาเล่าให้ฟังสักครั้ง) ผู้เขียนเป็นคนประเภทที่ชอบอยู่บนเรือมากกว่าอยู่ใต้น้ำจึงไม่สามารถบอกได้ว่าใต้ทะเลบริเวณหมู่เกาะนี้สวยงามอย่างไร
เกาะตุ้งกาและเกาะตุ้งกู หากบอกให้ง่ายต่อการคะเนก็คงมีขนาดพอ ๆ กับอาคารหลังใหญ่ ๆ ความยาวความกว้างไม่กี่สิบเมตร ความสูงเลยจากระยะผิวน้ำทะเลคงไม่เกินตึกสี่ชั้น รอบเกาะนี้เต็มไปด้วยโขดหิน บนเกาะเป็นหินชั้นซ้อนทับกันดูเห็นชั้น ๆ มีต้นไม้ขึ้นประปราย เป็นเกาะที่มีนกทะเลอย่างนกนางนวลมาอาศัยและเป็นที่ออกไข่สร้างเผ่าพันธุ์ เมื่อเดินทางมาบริเวณเกาะทั้งสองนี้จะเห็นฝูงนกและได้ยินเสียงร้องก้องหน้าผา เกาะทั้งสองห่างกันไม่กี่ร้อยเมตรระหว่างเกาะเป็นร่องน้ำลึก เป็นแหล่งอาศัยของปลาใหญ่น้อย นักตกปลาที่มุ่งหาปลาใหญ่ชอบมาตกปลาบริเวณร่องน้ำเกาะทั้งสองนี้ รวมไปถึงบริเวณโดยรอบของเกาะ ชาวประมงอาชีพที่ต้องการปลาใหญ่เดินทางมาจากที่ไกล ๆ จากเกาะสมุยหรือไม่ก็จากดอนสักก็มี โดยทั่วไปก็วางอวนไว้รอบเกาะนี้ บางคนวางอวนไว้คลุมรอบนอกเกาะทั้งสองเลยทีเดียว บริเวณนี้กลายเป็นที่ที่ต้องแย่งชิงระหว่างชาวประมงและชาวดำน้ำไปโดยปริยาย
ช่วงที่ผู้เขียนเดินทางไปหมู่เกาะอ่างทองครั้งที่ผ่านมา ใช้เวลาอยู่ที่นั่นสองคืนกับสามวันโดยประมาณกินนอนอยู่บนเรือ ชีวิตบนเรือท่ามกลางทะเลเปิดซึ่งไม่เคยเอาแน่นอนอะไรกับดินฟ้าอากาศและสายน้ำ ได้เลย
วันแรกที่ไปถึงท้องฟ้าสดใสเจิดจ้าตั้งแต่เช้า พอถึงช่วงบ่ายวันนั้น เมฆสีขาวค่อย ๆ สลับเปลี่ยนเป็นสีเทาจาง ๆ จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนรวมตัวกันเป็นเมฆก้อนใหญ่ เมฆแต่ละก้อนแผ่คลุมบนฟ้า ขยายขนาดพาดผ่านฟากฟ้าจากทิศใต้ไปทิศเหนือ เมฆสีขาวมีสีเทาจับอยู่ที่ชายขอบเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ไปทางทิศตะวันออกหันเหทิศทางสู่ทะเลใหญ่ แสงแดดที่เจิดจ้าตอนช่วงบ่ายส่องจากทิศตะวันตกกระทบเมฆด้วยรูปทรงเฉพาะตัว ภาพก้อนเมฆตรงที่เป็นสีขาวทอประกายตัดกับฉากท้องฟ้าสีนำ้เงินเข้ม เป็นภาพงดงามลอยอยู่บนฟากฟ้า เวลาเปลี่ยนไปอย่างคงที่แต่ความงามนั้นคงอยู่ไม่ยาวนาน การเปลี่ยนแปลงราวความฝันในสายลม เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่มากน้อยท้องฟ้าที่สดใสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มขึ้นทีละน้อย ๆ บรรยากาศโดยรอบกลายเป็นสีซึมเซา สลัวด้วยเมฆฝน ก้อนเมฆสีเทามืดครึ้มฟ้าก่อตัว จากนั้นพยับด้วยแรงลมและสายฝนเริ่มโปรยปราย ลมกระโชกพัดหวนไปมาต้นไม้บนเกาะที่พอมองเห็นเอนลู่ตามสายลม กิ่งที่กวัดแกว่งเพียงแผ่วเบาในตอนต้น กลายเป็นการสะบัดด้วยแรงที่ถาโถมกิ่งสะบัดไปมาราวกับจะฉีกกิ่งใหญ่น้อยให้แหลกไป กิ่งที่อ่อนล้าและผุกร่อนหักโค่นลงมา บางกิ่งปลิวไปกับสายลมแรงตกลงในทะเล ภาพสายฝนปนกับแรงลมที่พัดหวนนอกจากกระแทกสรรพสิ่งในบริบทนั้นให้กระจาย จิตใจผู้คนก็หวาดผวาไปตามแรงลมนั้นด้วยเช่นกัน แต่บางครั้งสายลมกลับหยุดนิ่งแล้วกลับบ้าคลั่งขึ้นมาอีก
วันนั้นผู้เขียนอยู่บนเรือที่แกว่งไปตามแรงลมสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง ฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบผิวน้ำทะเลดังซู่ การอยู่ในเหตุการณ์บนเรือประมงตลอดวันตลอดคืน พบกับบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ช่วงที่อากาศเดือดดาลทะเลสบัดตัวราวบ้าคลั่งตั้งแต่เริ่มต้นจากความสงบเงียบและร้อนด้วยเปลวแดด กลายเป็นเป็นการสั่นสะท้านน่ากลัวด้วยแรงลมและสายฝนที่กระหน่ำ ภาพบนเรือประมงที่มีนักตกปลาสมัครเล่นทอดสมอโต้อยู่บนเกลียวคลื่นที่โถมกระแทกเข้าหาเรือลูกแล้วลูกเล่า มีเพียงเกาะเล็ก ๆ สองเกาะเท่านั้นที่อยู่ใกล้ ๆ พอช่วยให้อุ่นใจอยู่บ้าง จากบ่ายสู่เย็นจนค่ำคืน กลางคืนแรม ลมพัดแรงเป็นระยะ ช่วงเวลานั้นจะมีก็แต่แสงประกายบนฟากฟ้าไกลเป็นครั้งคราว และแสงจากเรือไดหมึกหลายลำที่ทอดสมอพอเห็นได้ในระยะสายตา คลื่นลูกแล้วลูกเล่าถาโถมให้เรือโคลงเคลงอยู่เช่นเดียวกัน เหตุการณ์ชวนตื่นเต้นวันนั้นเป็นเพียงประสบการณ์เล็ก ๆ น้ำทะเลไหล แรงบังบับ ให้หัวเรือหันเหสู่อ่าวไทยแนวเดียวกับเกาะสมุย แต่แรงลมที่พัดโหมกระหน่ำกระแทกเข้าหาทางท้ายเรือเกิดการหมุนเวียนไปมา ผิวน้ำม้วนตัวเป็นคลื่นถาโถม บางครั้งเป็นเกลียว น้ำทะเลซัดกระเซ็นเป็นฝอยสาดจนเรือเปียกไปเกือบทุกที่ บางครั้งเป็นระลอกคลื่นมหึมาดันเรือลอยสูงแล้วค่อย ๆ ทิ้งให้เรือต่ำลงไปในร่องคลื่น แสงสว่างจากไฟไดหมึกที่แผดจ้า ช่วยส่องให้มองเห็นคลื่นโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฟองน้ำลอยเป็นวงกว้าง มองเห็นเป็นสีเขียวอ่อน ๆ ปลานกนางแอ่นกระโดดหนีเกลียวคลื่น ทุ่นพาสายเบ็ดตกปลาที่เกี่ยวเหยื่อลอยสะท้อนเป็นจุดสีขาว ๆ ห่างออกไป เมื่อคลื่นลมค่อย ๆ สงบลงจนเหลือเพียงสายลมเย็นอ่อนโยนเป็นโอโซนสดชื่น ที่เรือโดนคลื่นหนักหน่วงมาตลอดคืนต้องย้ายที่จอดสมออยู่หลายครั้ง เพื่อหลบลมที่เปลี่ยนทิศจากตะวันตกมาเป็นสายลมจากตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเข้าอาศัยเกาะตุ้งกูเป็นที่หลบลม เรือทอดสมอห่างจากชายแนวหินไม่มากนัก แสงไฟจากเรือส่องไปถึงโขดหินเห็นเป็นภาพอยู่ไกล ๆ เสียงนกทะเลร้องก้องมาจากหน้าผา เวลาล่วงเลยราวตีสาม ฟ้าเปิดมองเห็นดวงดาวที่ไกลโพ้นอยู่ประปราย ความสงบไร้จากเสียงคลื่นที่ถาโถมเมื่อหลายชั่วโมงก่อน จะมีก็เป็นเสียงน้ำซัดโขดหินแว่วมาจากไกล ๆ เรือไม่โคลงเคลง สายฝนที่ขาดเม็ดฟ้าเปิด สร้างความยินดีให้แก่นักตกปลาเป็นอย่างยิ่ง
หลังความตึงเครียดผ่านพ้นไป นักตกปลาสมัครเล่นต้มน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟและต้มม่าม่า สุขเล็ก ๆ ที่หาได้สำหรับคนกลางแจ้งเป็นเช่นนี้ ทะเลไม่ได้สงบเรียบแต่ใช่ว่าไม่ว่าโหดร้ายเสมอไป บางช่วงเวลาช่างสงบ บางช่วงเวลาช่างบ้าคลั่ง จนยากที่จะเข้าใจ ท่านว่าคงไม่ต่างจากอารมณ์ของมนุษย์ เมื่อเกรี้ยวกราดย่อมถาโถมรุนแรง แต่ไม่เคยมีพายุใดกัดกร่อนก้อนหินบนเกาะนั้นได้โดยง่าย
ความเมตตาประดุจดังสายลมเย็นที่แผ่วเบา มนุษย์ย่อมเป็นสุขจากสายลมเช่นว่านี้
๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒





