คำตอบในสายลม
บ้านผู้เขียนเป็นบ้านหลังเล็กๆอยู่ริมคลองท่าทอง สายน้ำนี้ขนานไปกับด้านข้างของตัวบ้าน ระยะห่างจากบ้านถึงลำคลองไม่เกิน 50 เมตร ที่ริมคลองมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่
แต่ก็มีจุดที่มองเห็นสายน้ำได้ เนื่องจากแนวไม้บางส่วนยังมีขนาดเล็กที่เพิ่งขึ้นมาทดแทนไม้ต้นเก่าที่จากไปพร้อมกับตลิ่งบางส่วนที่พังลงไปในสายน้ำเมื่อสองสามปีก่อน พื้นที่ว่างริมคลองเป็นที่ออกรอบของผู้เขียนช่วงเวลาเย็นหลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานประจำวัน
ริมฝั่งที่เปิดโล่งเป็นแนวยาวตามลำคลองสัก 30 เมตร เป็นที่ที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดเพราะสามารถมองเห็นสายน้ำไหลขึ้นไหลลง สามารถมองข้ามไปยังอีกฝั่งคลองเห็นแนวป่าจากสีเขียวปกคลุมริมฝั่ง ช่วงน้ำขึ้นสูงดูราวกับใบจากจะปกคลุมอยู่บนผิวน้ำ ภาพงดงามจำเริญตาช่วยให้เบิกบานในจิตใจเสมอมา
วันที่เพิ่งผ่านปีใหม่มาเพียง 4-5 วัน หากเป็นสภาพปกติ เสียงคำอวยพรให้มีความสุขก็คงอบอวลอยู่ในความรู้สึก แต่สำหรับผู้เขียนความสุขนั้น ไม่รู้มีหรือเปล่า เหตุที่ต้องกังวลเรื่องงานวิจัยที่เลยกำหนดส่งมาแล้วแต่หาทางออกไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดีเพราะยังติดบางส่วนที่ยังยุ่งเหมือนลิงแก้แห หลังอ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไม่รู้จะไปทางไหนต่อดี ประกอบกับงานประจำใหม่ๆที่เข้ามาตลอดเวลาทำให้งานวิจัยไปต่อไม่ได้เท่าที่ควร จะทิ้งก็ไม่ได้ จะทำต่อก็ไม่มีเวลาเต็มที่ กลืนไม่ลงคายไม่ออกมันกลุ้มใจเป็นที่สุด
วันนั้นผู้เขียนออกรอบจนถึงริมน้ำและรู้สึกเหนื่อย รู้สึกว่าน้ำหนักของเครื่องตัดหญ้าที่กดบนสายสะพายกดลงจนไหล่เจ็บระบม ปิดสวิทช์ดับเครื่องยนต์ นั่งพักริมคลอง สายตามองไปยังสายน้ำไหลเชี่ยวช่วงเวลาก่อนมืดน้ำไหลลงสู่ทะเลพาพวก เศษไม้ลอยน้ำผ่านมาแล้วจากไปอย่างต่อเนื่อง ใบของต้นลำพูต้นเล็กที่เพิ่งพ้นระดับน้ำและต้นจากที่เพิ่งโผล่พ้นไม้สะพัดพลิ้วอยู่ในสายน้ำเชียว เงาป่าจาก จากฝั่งโน้นสีเขียวเข้มจนออกไปทางเขียวอมดำเพราะแสงสว่างที่เริ่มเหลือเพียงเล็กน้อยสะท้อนเงาบนสายน้ำ นกกระยางฝูงสุดท้ายของวันนั้นบินกลับข้ามสายน้ำสะท้อนเงาสีขาวบนสายน้ำที่ขุ่นมัวสีเทาทึบ นกฝูงนั้นบินผ่านข้ามคลองมายังจุดที่ผู้เขียนนั่งอยู่ เมื่อเห็นผู้เขียนนกมันตกใจ กระจายฝูงบินวนแล้วกลับมารวมกันอีกครั้งก่อนที่จะบินหายไปทั้งฝูงทางทิศเหนือ ผู้เขียนดูสายน้ำเชี่ยวคลายตัวไหลช้าลง ตรงจุดที่ผู้เขียนนั่งอยู่บางครั้งเห็นวงน้ำเป็นคลื่นกระจายบ่งบอกให้รู้ว่ามีปลาฮุบเหยื่ออยู่ตรงนั้น ผู้เขียน เพ่งสายตาเห็นปลาเสือพ่นน้ำที่เห็นเพียงลายดำ เคลื่อนผ่านไป จนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงตะวันจะลาจาก ผู้เขียนกลับบ้านด้วยจิตใจที่กลัดกลุ้มงานที่คลั่งค้างในสมองผุดขึ้นมาอีกครั้งรู้สึกเครียด แม้ก่อนหน้านี้จะหายไปเพราะจดจ่อกับภาพธรรมชาติริมฝั่งน้ำดื่มด่ำธรรมชาติ
เมื่อกลับถึงบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งคิดงานไว้ต่อ อ่านที่ทำไว้แก้ไขคำผิดแก้โน้นนี้ ความเครียดยังเพิ่มมากขึ้นเมื่อนึกถึงเวลาที่สั้นลงทุกที กินข้าวมื้อเย็นได้นิดหน่อย รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที่ อยากนอนพักมากๆ เข้านอนได้เล็กน้อยท่ามกลางช่วงเวลาที่เป็นกังวล เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ผู้เขียนลุกขึ้นจากที่นอนไปรับโทรศัพท์ เสียงทักทายใสๆตามสายเป็นเสียงผู้หญิง บอกว่าจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังทำศึกษาวิจัยสำรวจภาวะความเครียดของประชาชน ผู้เขียนคิดในใจว่า ช่างเหมาะเจาะเสียจริงๆ
ผู้เขียนปรับภาวะความรู้สึกให้เป็นปกติและรับฟังคำถามอย่างตั้งใจ และยินดีให้ความร่วมมือ ผู้เขียนตอบคำถามว่าอะไรบ้างที่ทำให้เครียด กังวล ก็บอกว่าเรื่องงานเพราะทำไม่ทันและเสียงถามต่อว่านอกจากงานแล้วปัจจัยอย่างอื่นที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดหรือเครียดบ้างไหม ผู้เขียนต้องผ่านทางแยกเข้าบ้านที่ซึ่งในแต่ละวันจะมีถุงพลาสติกทิ้งจากรถบรรทุกขนคนงานกลับบ้านจากโรงงานคนเหล่านั้นบางคนซื้ออาหารกินเสร็จทิ้งขยะลงข้างรถทันทีเป็นแบบนี้มาตลอด เห็นแล้วมันเครียดว่าทำไมมักง่ายกันนักงานนี้คำถามก็กลับมาว่าจากปัญหาสิ่งแวดล้อมใช่ไหม ผู้เขียนตอบว่าใช่ เสียงถามทางโทรศัพท์ถามต่อว่า เมื่อเจอปัญหาเครียดๆ กับตัวเองจะแก้ปัญหาอย่างไร จิตใจที่จะตอบคำถามนี้มันช่างตรงกับสิ่งที่เราเป็นอยู่เสียจริงๆผู้เขียนจึงตอบว่าถ้าเครียดมากก็ดูวิว ดูท้องฟ้า นึกถึงความสว่างสดใส ปรับอารมณ์ให้สงบและปรึกษาคนที่เราคิดว่าจะช่วยแนะนำได้ คำตอบที่เกิดขึ้นเพราะตัวเอง “คนที่เราคิดว่าจะช่วยแนะนำได้” ผู้เขียนรู้สึกพอใจในคำตอบนี้ โดยไม่สนว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างนี้หรือไม่ ดังนั้นการตอบคำถามที่เหลือไม่มีอะไรยาก คำถามสุดท้ายผู้สัมภาษณ์ถามว่าอยากถามอะไรกลับไปบ้าง? ผู้เขียนถามว่างานวิจัยชิ้นนี้จะเผยแพร่เมื่อไหร่?ทางไหน คำถามนี้ราวกับถามตัวเองอีกครั้งว่างานของเจ้าจะเสร็จเมื่อไหร่? งานตัวเองหรืองานเขากันแน่ แต่ก็ช่างเถอะอย่างน้อยเราก็มีสติประคองชีวิตอยู่ หลังวางโทรศัพท์ผู้เขียนรีบโทรศัพท์นัดอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเพื่อขอคำแนะนำทันที
จากคำตอบตัวเองที่ได้ในสายลม ผู้เขียนโทรศัพท์นัดหมายขอคำแนะนำจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในวันรุ่งขึ้น อย่างน้อยในคืนนั้นผู้เขียนนอนหลับด้วยความสุข จำได้ว่าช่วงหนึ่งในความคิดก่อนหลับไป ผู้เขียนรู้สึกเหมือนกับว่านอนทอดกายบนหาดทรายชายทะเลที่เกาะอันห่างไกล นอนลืมตาขึ้นไปยังฟ้ากว้างเห็นดวงดาวระยิบระยับดารดาษอยู่ทั่วฟ้า ดาวใหญ่น้อยส่องแสงเป็นประกายเกื้อกูลกันจนท้องฟ้าเรืองด้วยแสงเหลืองนวล ทางช้างเผือกพาดผ่านข้ามขอบฟ้า ภายใต้ท้องฟ้ารูปโดมที่ครอบชีวิตมนุษย์อยู่นั้นช่างสงบและเป็นสุข แต่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ บนผืนโลกนี่เล่าจะเป็นเช่นไรคำตอบนั้นลอยอยู่ในสายลม
####
